Wandee Sirapat

All posts by Wandee Sirapat

การรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจร
ที่มีปริมาณสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัมต่อวัน มีพิษต่อตับหรือไม่?

ดร.ทวิช สุริโย, ดร.ภญ.ผาณิต ทรงวุฒิ, รศ.ดร.ภญ.ดวงจิตต์ พนมวัน ณ อยุธยา, ดร.ภรณี ปูรณโชติ, ดร.ภญ.นุชนาถ รังคดิลก, นันทนิจ ผลพนา และ รศ.ดร.ภญ.จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลต่อความกังวลต่อสุขภาพของประชาชนไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการแพร่ระบาดนี้ มีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยากที่จะควบคุมได้ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะนำฟ้าทะลายโจรอันเป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้กันมาอย่างยาวนาน มาใช้ประโยชน์ในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการใช้ฟ้าทะลายโจร หรือสารสกัดฟ้าทะลายโจร ยังคงเป็นประเด็นในสื่อสังคมและสื่อออนไลน์อย่างมากมาย ทั้งในแง่ความปลอดภัย และขนาดการใช้ หรือความเหมาะสมที่จะใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการป้องกัน หรือบรรเทาอาการ ร่วมกับการได้รับการรักษาในแนวทางอื่นๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ทั้งนี้เมื่อพิจารณาการใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจร ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ซึ่งมีคำแนะนำในการรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจร ที่มีสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ในขนาด 180 มิลลิกรัมต่อวัน (แบ่งรับประทานวันละ 3 ครั้ง) ติดต่อกัน 5 วัน โดยมุ่งหวังให้ใช้ในผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีความรุนแรงน้อย… (read more)

การพัฒนาพลานาเรียเพื่อเป็นโมเดลสัตว์ทดลองเพื่อศึกษากลไกทางพิษวิทยาของ สารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

Asst. Prof. Dr. Puey Ounjai Faculty of Science, Mahidol University งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแนวทางในการทดสอบทางพิษวิทยา และการประเมินผลกระทบของสารพิษจากสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อพลานาเรีย โดยวิเคราะห์ทั้งในเชิงพฤติกรรม พยาธิสภาพของเนื้อเยื่อการตอบสนองในระดับเซลล์ (ทั้งในเซลล์ต้นกำเนิด และเซลล์ร่างกาย) ไปจนถึงความเสียหายในระดับพันธุกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่จะนำไปสู่การพัฒนาพลานาเรียให้เป็นสัตว์ทดลอง ราคาถูก เพื่อใช้ในการศึกษาพิษวิทยาของโลหะหนักในสัตว์ได้ และเพื่อพัฒนาพลานาเรียให้เป็นโมเดลในการศึกษาบทบาทของสิ่งแวดล้อมในเชิงจุลภาคในการสร้างอวัยวะใหม่ของหนอนตัวแบน แหล่งข้อมูล: โครงการวิจัยชื่อ “การพัฒนาพลานาเรียเพื่อเป็นโมเดลสัตว์ทดลองเพื่อศึกษากลไกทางพิษวิทยาของ สารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม” – ระยะเวลาโครงการ: May 2017- March 2021

Development of the plant nutrient (N and P) recovery system as a struvite from slaughterhouse wastewater: Pilot scale study

Assoc. Prof. Dr. Prayoon Fongsatitkul Faculty of Public Health, Mahidol University This research aimed to investigate the management of waste and wastewater in the slaughterhouse wastewater treatment system at a pilot scale and to investigate the recovery of nutrients from the effluent of sludge digestion system. The experiment was devised into 3 parts, including nutrient… (read more)

ฟ้าทะลายโจร: รักษาโรคโควิด-19 ได้อย่างไร?

ดร.นุชนาถ รังคดิลก, ดร.ทวิช สุริโย, นันทนิจ ผลพนา, และรศ.ดร.จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ ห้องปฏิบัติการวิจัยเภสัชวิทยา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ (CRI), สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ (CGI) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา การพบคนไทยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ โรคติดเชื้อโควิด-19 ได้กลับมาสร้างความวิตกกังวลให้คนไทยทั้งประเทศอีกครั้งในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ เมื่อมีการพบผู้ป่วยคนไทยติดเชื้อโควิด-19 ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นคนไทยที่กลับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้เกิดการคาดคะเนว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การระบาดรอบที่สองของเชื้อโควิด-19 เหมือนประเทศอื่นๆ หรือไม่ความหวังของการป้องกันการระบาดของไวรัสชนิดนี้ก็คือ การใช้วัคซีนป้องกันโรค ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในหลายประเทศ และภายในเดือนธันวาคมนี้ ได้มีการอนุมัติและได้เริ่มฉีดวัคซีนที่ใช้เวลาในการคิดค้นและทดสอบในระยะเวลาอันรวดเร็วในประเทศรัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น มีการคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ใช้ได้ประมาณกลางปี 2564 และหากว่าประเทศไทยมีการระบาดรอบที่สองจริง ผู้ป่วยจะมียารักษาโรคโควิด-19 หรือไม่? ยารักษาโรคโควิด-19 ชนิดรุนแรง คือ Remdesivir ของบริษัท Gilead Sciences มีราคาแพง แม้จะซื้อในราคามิตรภาพที่ประมาณ 2,340 ดอลล่าสหรัฐ หรือ 70,200… (read more)

The synthetic study of C-O/C-N bond formation of heterocyclic compounds using “Green Chemistry” strategy

Assoc. Prof. Dr. Nopporn Thasana Chulabhorn Research Institute การศึกษาการสร้างพันธะคาร์บอน-ออกซิเจนและคาร์บอน-ไนโตรเจนของสารประกอบเฮเทอโรไซเคิลโดยใช้หลักการ “เคมีสีเขียว” ประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารกลุ่มเอมิโดคูมารินและอินโดลซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสารที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพโดยปฏิกิริยาการใช้เกลือของโลหะทองแดงในตัวทำละลายที่มีน้ำเป็นส่วนผสม ภายใต้สภาวะที่ใช้พลังงานไมโครเวฟเป็นพลังงานทางเลือกในการทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อลดระยะเวลาในการทำงานและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ กลุ่มของเราสามารถพัฒนากระบวนการสังเคราะห์ oxa-azabicyclo[3.3.1]nonane subunit ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสารอัลคาลอยด์ Naucleamide E ได้ด้วยวิธีการปิดวงหลายวงพร้อมกันในขั้นตอนเดียว โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายและเบสเป็นตัวช่วยในการเกิดปฏิกิริยา ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดของเสียจากปฏิกิริยาทางเคมีและสามารถนำมาพัฒนาการการสังเคราะห์สาร Naucleamide E และอนุพันธ์ได้ แหล่งข้อมูล: โครงการวิจัยชื่อ “The synthetic study of C-O/C-N bond formation of heterocyclic compounds using “Green Chemistry” strategy – ระยะเวลาโครงการ: June 2015 – May 2020