Posts filed under บทความน่ารู้

เมล็ดลิ้นจี่ เซี่ยงจี๊ น้ำซาวข้าว…ปลอดภัยต่อไตจริงหรือ?

ดร. นุชนาถ รังคดิลก และ รศ.ดร. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์่ ผู้เขียนได้บังเอิญอ่านเจอข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (ฉบับวันพฤหัสที่ 28 มี.ค. 2556 หน้า 10) ที่ได้เตือนผู้บริโภคหรือผู้ป่วยโรคไตเกี่ยวกับสูตรยาสมุนไพรรักษาโรคไตที่ว่ากันว่าถูกส่งต่อมาจากประเทศไต้หวันเมื่อราว 7 ปีก่อน ซึ่งสูตรสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงนี้เป็นการนำเอาเมล็ดลิ้นจี่สดมาทุบบดต้มรวมกับไตหมู (เซี่ยงจี๊) และน้ำซาวข้าว ให้ผู้ป่วยโรคไตดื่มจะทำให้มีอาการดีขึ้น ในข่าวระบุว่าผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติได้กล่าวเตือนถึงการนำสูตรสมุนไพรนี้มาใช้กับผู้ป่วยโรคไตว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก เนื่องจากในเมล็ดลิ้นจี่ ไตหมู และน้ำซาวข้าว มีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำให้ไตยิ่งทำงานหนักมากขึ้นในการขับออก หากผู้ป่วยรับประทานเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการบวมน้ำได้ ดังนั้นสูตรยาสมุนไพรนี้ จึงมีผลในทางตรงกันข้าม แทนที่จะช่วยบรรเทาอาการ อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไตมากยิ่งขึ้น เมื่อดูสูตรสมุนไพรรักษาโรคไตนี้แล้ว ทำให้เกิดความเป็นห่วงใยต่อผู้ป่วยโรคไตเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานวิจัยของห้องปฏิบัติการเภสัชวิทยา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสารต่างประเทศเมื่อต้นปีนี้ เรื่อง Evaluation of Trace Elements in Selected Foods and Dietary Intake by Young Children… (read more)

การปนเปื้อนสารหนูในข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว

ดร. นุชนาถ รังคดิลก, สุมลธา หนูคาบแก้ว และ รศ.ดร. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์่ ตามที่มีรายงานข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ ในประเทศไทยว่า มีรายงานผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา (ConsumerReports.org) ซึ่งได้เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา จำกัดปริมาณสารหนูในผลิตภัณฑ์จากข้าว หลังจากตรวจพบว่ามีระดับปริมาณสารหนูอนินทรีย์ที่เป็นสารก่อมะเร็งอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวบางชนิดในปริมาณสูง ในรายงานผู้บริโภคระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของตัวอย่างที่นำมาตรวจสอบประมาณ 200 ตัวอย่าง (ทั้งหมดกว่า 60 ยี่ห้อ) พบว่า มีระดับสารหนูอนินทรีย์อยู่ในระดับสูง รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีชื่อเสียงในท้องตลาด ก็มีระดับของสารหนูอนินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีข้าวกล้องบางยี่ห้อ รวมทั้งข้าวขาวและข้าวกล้อง ซีเรียลสำหรับทารก แคร็กเกอร์ พาสต้า และเครื่องดื่มที่ทำจากข้าว โดยในผลิตภัณฑ์ข้าวเหล่านี้มีสารหนูอนินทรีย์อยู่โดยเฉลี่ยราว 3.5-6.7 ไมโครกรัมต่อ 1 ลิตร ในรายงานยังเตือนให้เด็กและผู้ใหญ่จำกัดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากข้าวเหล่านี้ต่อสัปดาห์ ตราบเท่าที่ยังไม่มีการกำหนดปริมาณจำกัดที่แน่นอนของรัฐบาล เช่น ซีเรียลสำหรับทารกควรจะรับประทานเพียง 1 หน่วยบริโภคต่อวัน และไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 5… (read more)

เรื่องน่ารู้ของ..ผลิตภัณฑ์สาหร่าย..ที่ไม่ควรมองข้าม

ดร.นุชนาถ รังคดิลก* สุมลธา หนูคาบแก้ว และ รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์* สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และ *อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ สาหร่ายเป็นอาหารว่างที่นิยมบริโภคอย่างมากในคนหลายวัย ทั้งสาหร่ายที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี สาหร่ายที่นำมาเป็นอาหาร ได้แก่ สาหร่ายทะเล และสาหร่ายน้ำจืด สาหร่ายทะเลที่นิยมบริโภคคือ ชนิดที่เป็นแผ่นบางๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบรรจุในซองพลาสติก ขายตามซุปเปอร์มาร์เกต เด็กๆจะชอบซื้อรับประทาน เป็นสาหร่ายชนิดอบแห้ง, ทอดกรอบ หรือย่าง มีการปรุงรสชาติต่างๆให้อร่อยถูกปาก ชาวจีนและญี่ปุ่นใช้สาหร่ายสีน้ำตาล (Laminaria) และสาหร่ายสีแดง (Porphyra) หรือที่นิยมเรียกว่า จีฉ่าย มาทำอาหารพวกแกงจืด ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ พบว่า สาหร่ายทะเลเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน และไอโอดีน รวมถึงมีใยอาหารสูงด้วย สำหรับสาหร่ายน้ำจืดนิยมนำมาอัดเม็ดบรรจุขวด มีราคาค่อนข้างแพง สารอาหารที่เด่นในสาหร่ายน้ำจืด คือ โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน แต่สาหร่ายน้ำจืดจะไม่เป็นแหล่งของไอโอดีน การเพาะเลี้ยงสาหร่ายควรเลือกพื้นที่การเลี้ยงที่มีน้ำทะเลที่สะอาด ห่างไกลจากแหล่งปนเปื้อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือแหล่งชุมชน… (read more)

ปริมาณของสารหนูในข้าว

ดร. นุชนาถ รังคดิลก และ รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2555 ที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสไปเดินดูงาน “เกษตรมหัศจรรย์ ครั้งที่ 3” จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและเส้นทางเศรษฐีในเครือมติชน ซึ่งจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค ในปีนี้ได้จัดงานภายใต้แนวคิดหลัก “ข้าวของพ่อ วิถีพอเพียง” ซึ่งมีการนำพันธุ์ข้าวและพืชหายากต่างๆมาแสดงและจำหน่ายให้ประชาชนที่สนใจจำนวนมาก พันธุ์ข้าวที่นำมาแสดงและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เช่น ข้าวสินเหล็ก ข้าวไรซ์เบอรี่ และข้าวลืมผัว เป็นต้น ข้าวเหล่านี้เป็นข้าวที่มีสีม่วงเข้ม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นข้าวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและธาตุอาหารสูงกว่าข้าวขาวธรรมดา จากข้อมูลที่ได้ในงาน พบว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตข้าวได้เป็นอันดับ 6 ของโลก แต่สามารถส่งออกขายเป็นอันดับ 1 ของโลก ข้าวที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ก็คือ ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี มีมูลค่าการส่งออกปีละกว่า 200,000 ล้านบาท แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ข้าวไทยที่ส่งออกไปขายยังประเทศต่างๆเป็นข้าวที่ได้มาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย เมื่อเร็วๆนี้ได้มีบทความในหนังสือพิมพ์หลายฉบับพูดถึงการวิเคราะห์ปริมาณการปนเปื้อนของสารหนูในข้าวไทย โดยเฉพาะวิธีการตรวจวิเคราะห์สารหนูที่ได้มาตรฐานและการกำหนดค่าของสารหนูอนินทรีย์ซึ่งมีความเป็นพิษมากกว่าสารหนูทั้งหมด สารหนูอนินทรีย์ (Inorganic… (read more)

ความปลอดภัยในการบริโภคอาหารเช้า

ดร.นุชนาถ รังคดิลก สุมลธา หนูคาบแก้ว และ รศ. ดร.จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์่ ถ้าถามว่า คนไทย นิยมรับประทานอะไรเป็นอาหารเช้า ส่วนใหญ่จะได้รับคำตอบว่า ข้าวไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของข้าวแกง ข้าวต้ม หรือแม้แต่โจ๊ก ถ้าง่ายๆหน่อยสำหรับเด็กไปโรงเรียน ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ธัญพืชอบกรอบ (cereals) หรือผลิตภัณฑ์ข้าวโพดอบกรอบ cornflakes ใส่นม ซึ่งสะดวกและรวดเร็วสำหรับการเร่งรีบในตอนเช้า ดังนั้นข้าวและเมล็ดธัญพืชต่างๆจึงเป็นอาหารหลักของคนไทย หรือแม้แต่คนเอเชียทั่วไป ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งมีข้าวเป็นผลิตผลหลักทางการเกษตร ข้าวที่ผลิตขึ้นได้ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออกไปทั่วโลก ในข้าวและเมล็ดธัญพืชจะมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ชนิดต่างๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ทองแดง เป็นต้น รวมถึงอาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนักบางชนิดจากการเพาะปลูกได้ เช่น แคดเมียม ตะกั่ว และสารหนู เป็นต้น โลหะหนักเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะปนเปื้อนอยู่ในดิน น้ำโดยเฉพาะน้ำบาดาล หรือปุ๋ยที่นำมาใช้ในการเพาะปลูก ถ้ามีการสะสมของปริมาณโลหะหนักที่เป็นพิษเหล่านี้สูงในอาหารโดยเฉพาะข้าวที่เกินเกณฑ์มาตรฐานที่องค์กรต่างประเทศกำหนดไว้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาคุณภาพข้าวไทยไม่ได้มาตรฐาน และยังส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคได้รับสารเหล่านี้ไปเข้าสู่ร่างกายมากเช่นกัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะมีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารและโลหะหนักในข้าวไทยรวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีข้าวเป็นส่วนผสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็ก และที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อเป็นการประกันคุณภาพที่ดีของข้าวไทยเพื่อการส่งออก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพิษวิทยา (Center… (read more)